บริษัท สมาร์ท โฮมโปรดักส์ จำกัด ติดต่อฝ่ายขาย โทร.  02 422 5995

5 วิธีเลือกซื้อกระเบื้องปูพื้นในบ้าน

81
5 วิธีเลือกซื้อกระเบื้องปูพื้นในบ้าน

5 วิธีเลือกซื้อกระเบื้องปูพื้นในบ้าน

แนะนำการเลือกซื้อกระเบื้องปูพื้นให้เหมาะกับการใช้งานในแต่ละพื้นที่ของบ้าน ทั้งในเรื่องประเภท ขนาด รูปแบบ ผิวสัมผัส และโทนสี

วัสดุตกแต่งพื้นบ้านในปัจจุบันมีมากมายหลายประเภท ทั้งยังมีสารพัดรูปแบบ สีสัน และลวดลายอีกด้วย แต่หากพูดถึงวัสดุตกแต่งพื้นที่เจ้าของบ้านนิยมเลือกใช้กันคงหนีไม่พ้น “กระเบื้องเซรามิก” เนื่องด้วยมีรูปแบบที่หลากหลาย เข้ากับการแต่งบ้านทุกสไตล์ อีกทั้งมีความแข็งแรง และทำความสะอาดง่ายอีกด้วย

สิ่งสำคัญของการเลือกซื้อกระเบื้องมาปูพื้นคือต้องคำนึงถึงการใช้งาน และความปลอดภัยเป็นอันดับต้นๆ รองลงมาจึงเป็นด้านความสวยงาม และการดูแลรักษา ซึ่งเรามี 5 วิธีในการเลือกซื้อกระเบื้องปูพื้นให้ถูกใจ และเหมาะกับแต่ละพื้นที่ มาแนะนำให้เจ้าของบ้านที่กำลังสร้างบ้านหรือปรับปรุงบ้านดังต่อไปนี้ (ต่อเติมบ้าน)

ภาพ: ห้องทำงานภายในบ้าน แต่งในโทนขาว

1. เลือกกระเบื้องสำหรับปูพื้นเท่านั้น

เพราะพื้นต้องรับน้ำหนักทั้งผู้อยู่อาศัย เฟอร์นิเจอร์ และสิ่งของต่าง ๆ จึงต้องใช้กระเบื้องปูพื้นที่มีความแข็งแรง ซึ่งได้แก่ กระเบื้องประเภท Floor Tile (ห้ามนำกระเบื้องบุผนังมาปูพื้นโดยเด็ดขาด) กระเบื้องเนื้อพอร์ชเลนที่มีทั้งแบบเคลือบสีหรือลวดลาย กับแบบที่ผิวหน้ากับตัวกระเบื้องเป็นเนื้อเดียวกันซึ่งนิยมเรียกกันว่า กระเบื้องแกรนิตโต

• กระเบื้อง Floor Tile มีความหนาประมาณ 6 มม. ลักษณะที่สังเกตได้คือเนื้อจะมีสีน้ำตาลหรือสีขาวครีม เคลือบสีและลวดลายที่ผิวหน้าทั้งแบบด้าน มัน และแบบหยาบ บางรุ่นมีผิวสัมผัสหรือร่องลายตามลวดลาย

ภาพ: กระเบื้อง Floor Tile

• กระเบื้องพอร์ซเลนเคลือบผิว มีความหนาประมาณ 10 มม. มีการเคลือบสี ลวดลาย ผิวสัมผัสทั้งแบบด้าน มัน และหยาบที่ผิวหน้า สามารถมองเห็นชั้นผิวกระเบื้องแยกกับเนื้อกระเบื้องได้อย่างชัดเจน มีค่าการดูดซึมน้ำต่ำ มีความแข็งแกร่งสูง ใช้งานได้ทั้งภายนอก และภายในบ้าน แต่หากมีการขูดขีดลึกถึงเนื้อกระเบื้องจะสังเกตเห็นได้ง่าย ไม่สวยงาม

ภาพ: กระเบื้องพอร์ซเลนเคลือบผิว

• กระเบื้องแกรนิตโต เป็นเนื้อกระเบื้องพอร์ชเลนที่มีความหนาประมาณ 10 มม. เช่นกัน แต่จะมีผิวหน้าและตัวกระเบื้องเป็นเนื้อเดียวกันทั้งแผ่น ในกรณีที่ผิวหน้ามีรอยขูดขีดหรือแตกกะเทาะจะมองเห็นได้ยาก พื้นผิวมีทั้งด้าน มัน และหยาบ การใช้งานโดยทั่วไปเช่นเดียวกับกระเบื้องพอร์ชเลน

ภาพ: กระเบื้องแกรนิตโต

2. เลือกกระเบื้องให้เหมาะกับพื้นที่การใช้งาน

• พื้นภายนอก เช่น ทางเดินรอบบ้าน บันไดเข้าออกตัวอาคาร หรือที่จอดรถ ควรเลือกกระเบื้องที่มีความแข็งแกร่ง รับน้ำหนักได้ดี มีพื้นผิวหยาบ (ค่าการกันลื่นไม่น้อยกว่า R11) กระเบื้องไม่เคลือบเงา เพราะเมื่อฝนตก อาจมีอันตรายเกิดขึ้นได้

ภาพ: กระเบื้องปูพื้นทางเดินรอบบ้านควรมีผิวหยาบและแข็งแกร่ง

• พื้นภายในบ้านสามารถเลือกกระเบื้องเนื้อแบบใดก็ได้ ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งาน แต่ถ้ามีผู้สูงอายุ หรือเด็กเล็ก อาจเลือกเป็นกระเบื้องแบบเนื้อด้าน ไม่มันเงาเพื่อความปลอดภัย

ภาพ: กระเบื้องปูพื้นภายในบ้านเลือกใช้ได้ตามต้องการ หากคำนึงถึงความปลอดภัยควรเลือกแบบผิวด้าน

• พื้นห้องน้ำ ควรเลือกกระเบื้องที่มีผิวหน้าที่หยาบ และไม่เคลือบผิวเงา (ค่าการกันลื่นไม่น้อยกว่า R10) โดยหมั่นทำความสะอาดกำจัดคราบไขมันเป็นประจำ เพราะทำให้พื้นผิวที่หยาบลื่นได้

ภาพ: กระเบื้องปูพื้นห้องน้ำควรมีพื้นผิวหยาบ

3. เลือกใช้ขนาดให้เหมาะสมกับขนาดห้อง

สำหรับห้องที่มีขนาดเล็ก อาจเลือกใช้กระเบื้องแผ่นเล็ก ขนาด 12”x12”, 16”x16” หรือกระเบื้องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพื่อให้ห้องดูกว้างขึ้น ส่วนห้องที่มีขนาดใหญ่ สามารถเลือกใช้กระเบื้องแผ่นใหญ่ได้ เช่น ขนาด 24”x 24” หรือ 24”x48”

ภาพ: ห้องขนาดเล็ก เหมาะกับการเลือกใช้กระเบื้องแผ่นเล็ก
ภาพ: ห้องขนาดเล็ก เหมาะกับการเลือกใช้กระเบื้องแผ่นเล็ก

4. เลือกรูปแบบ ลวดลาย และโทนสีกระเบื้องให้เข้ากับสไตล์บ้าน

รูปแบบและลวดลายของกระเบื้องมักจะสัมพันธ์กัน อย่างเช่น กระเบื้องลายหินมักเป็นกระเบื้องสี่เหลี่ยมแผ่นใหญ่ กระเบื้องลายไม้มักเป็นกระเบื้องสี่เหลี่ยมแผ่นยาว (ลักษณะเหมือนไม้กระดาน) กระเบื้องลายกราฟิกอาจมีรูปทรงอื่นอย่างหกเหลี่ยม การเลือกใช้จึงขึ้นอยู่กับสไตล์การตกแต่งบ้าน เช่น กระเบื้องลายหินจะเหมาะกับสไตล์โมเดิร์น คลาสสิก ร่วมสมัย โดยถ้าเป็นผิวเงาจะทำให้ดูหรูหรามากขึ้น กระเบื้องลายไม้เหมาะกับการตกแต่งแนวธรรมชาติ หรือแนวร่วมสมัย ทั้งยังให้ลุคโมเดิร์นได้ด้วย

ภาพ: แต่งบ้านสไตล์ร่วมสมัยแบบหรูหรา ด้วยกระเบื้องปูพื้นลายหินอ่อนผิวเงา
ภาพ: แต่งบ้านสไตล์ร่วมสมัยแบบหรูหรา ด้วยกระเบื้องปูพื้นลายหินอ่อนผิวเงา
ภาพ: แต่งห้องน้ำสไตล์อบอุ่น เป็นธรรมชาติด้วยพื้นกระเบื้องลายไม้โทนอ่อน
ภาพ: แต่งห้องน้ำสไตล์อบอุ่น เป็นธรรมชาติด้วยพื้นกระเบื้องลายไม้โทนอ่อน

ด้านโทนสี สำหรับกระเบื้องโทนสีอ่อนจะเหมาะกับการใช้งานภายในอาคาร เพราะหากนำไปใช้งานนอกอาคาร ผิวกระเบื้องต้องสัมผัสกับแดด ลม และฝนตลอดเวลา อาจทำให้เกิดรอยด่าง รอยขีดข่วน และคราบต่างๆ ที่สังเกตเห็นได้ง่าย อย่างไรก็ดี กระเบื้องโทนสีอ่อนทำให้ห้องดูสว่างตา และยังช่วยทำให้พื้นที่ห้องขนาดเล็กหรือแคบดูกว้างขึ้นได้ ส่วนกระเบื้องโทนสีเข้ม เหมาะกับพื้นที่นอกอาคาร ที่ต้องโดดแดดฝนอยู่บ่อยๆ เพื่อไม่ให้สังเกตเห็นรอยต่างๆ ได้ชัดมากนัก หรือพื้นที่ภายในบ้านบริเวณที่ต้องรองรับการเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ หรือวางสิ่งของจำนวนมากๆ พื้นผิวที่ต้องสัมผัสกับสารเคมี คราบน้ำมัน น้ำ อยู่บ่อยๆ เช่น ห้องครัว โรงรถ ห้องน้ำ ระเบียง เพราะกระเบื้องในโทนสีเข้มจะช่วยลดปัญหาในการทำความสะอาด ดูแลรักษาง่าย

ภาพ: แต่งห้องนั่งเล่นด้วยกระเบื้องโทนสีขาวตัดกับสีเข้มของเฟอร์นิเจอร์ ทำให้ห้องดูสว่างตา
ภาพ: แต่งห้องนั่งเล่นด้วยกระเบื้องโทนสีขาวตัดกับสีเข้มของเฟอร์นิเจอร์ ทำให้ห้องดูสว่างตา
ภาพ: เลือกติดตั้งกระเบื้องสีโทนเข้มสำหรับพื้นทางเดินและบันไดภายนอกบ้าน
ภาพ: เลือกติดตั้งกระเบื้องสีโทนเข้มสำหรับพื้นทางเดินและบันไดภายนอกบ้าน

5. เลือกเกรดกระเบื้องตามการใช้งาน

โดยทั่วไปกระเบื้องปูพื้นที่ขายในท้องตลาดจะถูกแบ่งออกเป็น 2 เกรดหลักด้วยกัน คือ

กระเบื้องปูพื้นเกรด A คือกระเบื้องที่สมบูรณ์แบบ 100 เปอร์เซนต์ ไม่มีตำหนิเลย โดยสำหรับกระเบื้อง COTTO จะระบุว่าเป็นกระเบื้องเกรด PM ที่ย่อมาจาก Premium Grade

กระเบื้องปูพื้นเกรด B คือกระเบื้องมีตำหนิ (ไม่เกิน 3 จุด) แต่สังเกตได้ยาก ราคาต่ำกว่า เหมาะกับพื้นที่ที่ไม่จำเป็นต้องโชว์ความสวยงาม เช่น ห้องเก็บของ ใต้เคาน์เตอร์ครัว

ภาพ: สำรวจรายละเอียดเกรดกระเบื้องข้างกล่อง
ภาพ: สำรวจรายละเอียดเกรดกระเบื้องข้างกล่อง

นอกจากการเลือกกระเบื้องปูพื้นที่เหมาะสมและถูกใจแล้ว ในการซื้อกระเบื้องแต่ละครั้งควรซื้อมากกว่าที่คำนวณไว้ประมาณ 5-10% (ขึ้นอยู่กับพื้นที่ รูปแบบการปู และขนาดกระเบื้อง) เผื่อการตัดเศษ หรือแตกหักระหว่างการติดตั้ง โดยควรเป็นกระเบื้องล็อตผลิตเดียวกัน ที่หน้างานควรเตรียมพื้นที่กองเก็บและจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ปลอดภัย ก่อนติดตั้งควรตรวจสอบรอยแตกร้าวหรือจุดตำหนิในแต่ละแผ่นทุกครั้ง และที่สำคัญควรติดตั้งกระเบื้องให้ถูกวิธี เพื่อให้ได้บ้านสวยตามต้องการ ทั้งยังใช้งานได้คุ้มค่า ยาวนาน

ขอบคุณภาพจาก COTTO

ขอขอบคุณที่มาของบทความ
www.scghome.com

ใส่ความเห็น